วิธีใช้ Facebook Pixel สำหรับโฆษณา Facebook

วิธีใช้ Facebook Pixel สำหรับโฆษณา Facebook
Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

สิ่งที่นักการตลาดหลายคนที่ทำโฆษณา Facebook ต่างก็ยอมรับกันว่าการทำตลาดที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดก็คือการใช้ Remarketing ซึ่งหลักๆแล้วในการทำ Remarketing นั่นก็คือการนำเสนอโฆษณาแบบซ้ำๆไปยังลูกค้าคนเดิมที่เคยเห็นโฆษณาของเราอยู่แล้ว แต่มีท่าทีบางอย่างที่สนใจในโฆษณาของเรา ซึ่งตัวที่จะมาใช้เก็บข้อมูลลูกค้าว่าใครบ้างที่มีแนวโน้มสนใจในโฆษณาของเรานั่นก็คือ Facebook Pixel นั่นเอง

Facebook Pixel คืออะไร

Facebook Pixel คือชุดโค้ดที่นักพัฒนาหรือเจ้าของเว็บไซต์นำไปติดตั้งไว้ในเว็บไซต์ของตนเอง โดยจุดประสงค์หลักคือต้องการติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่เข้ามายังเว็บ สำหรับใครที่ทำเว็บไซต์คงรู้จักตัว Google Analytics กันมาบ้าง หรือเป็นบริการเก็บข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ให้บริการโดย Google สำหรับตัว Facebook Pixel ก็เป็นบริการที่ให้ผลลักษณะเดียวกับ Google Analytics เลย ดังนั้นก่อนที่เราจะเริ่มต้นรันลงโฆษณาของเราที่เตรียมไว้ เราจะต้องติดโค้ด Facebook Pixel เสียก่อน เพื่อสามารถเก็บข้อมูลและพฤติกรรมได้อย่างละเอียดตั้งแต่ผู้ใช้คนแรกที่เข้ามายังเว็บไซต์ของเรา

 

3 ความสามารถจาก Facebook Pixel ที่คุณคาดไม่ถึง

ความสามารถของ Facebook Pixel เน้นได้ออกแบบมาให้มีความพิเศษกว่าเจ้าอื่นๆที่มีอยู่ก่อน เพื่อดึงดูดนักพัฒนาและเจ้าของเว็บไซต์ให้มาใช้ Facebook Pixel กันมากขึ้น สำหรับความพิเศษที่ว่าทั้ง 3 ข้อมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

1.นักพัฒนาเว็บไซต์สามารถออกแบบโค้ดได้เอง

Facebook Pixel มีโค้ดที่สามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจได้ง่าย ดังนั้นนักพัฒนาเว็บไซต์สามารถอ่านโค้ดเข้าใจอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงสามารถออกแบบโค้ดได้เองที่จะเก็บข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น หรือต้องการเก็บข้อมูลตามคีย์เวิร์ดที่ต้องจากการค้นหาเช่น วัดดูว่าคนเข้ามาจากคำค้นหาว่า ออกกำลังกายใช่หรือไม่ก็สามารถใส่โค้ดลงไปดังตัวอย่างได้เลย

ข้อดีดังกล่าวเราสามารถออกแบบโค้ดและปรับแต่งการเก็บข้อมูลได้ง่ายดายมาก โดยเรียนรู้จากเค้าโครงเดิมของการก็สามารถแก้ได้ด้วยตนเองแล้ว แม้จะไม่ใช่นักพัฒนาก็ยังสามารถทำได้เลย

2.เก็บผลลัพธ์จากการวัดผลด้วยตัว Facebook Pixel

Facebook Pixel ได้เล็งเห็นว่าผู้ลงโฆษณามีความต้องการเห็นผลลัพธ์ของการเข้าชมเว็บไซต์ที่ละเอียดขึ้นไม่ต่างไปจากการติด Google Analytics ปัจจุบันจึงได้เพิ่มฟังก์ชันนี้เข้ามาและเจ้าของเว็บไซต์ก็สามารถดูผลลัพธ์การเข้าชมได้แล้ว และสามารถศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างละเอียด

3.ช่วยให้คุณเก็บรายละเอียดของกลุ่มเป้าหมายได้ลึกขึ้น

แน่นอนว่าเมื่อคุณติดตั้ง Facebook Pixel มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมต่างๆ ก็จะทำให้คุณเก็บรายละเอียดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างละเอียด ดังนั้นคุณสามารถนำข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์มาใช้สำหรับการกำหนดเป้าหมายโฆษณาได้มากขึ้น ซึ่งย่อมได้ผลดีกว่าการที่คุณไม่มีกลุ่มเป้าหมายอะไรเลย หรือการเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบกว้างๆ ที่ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะได้ผลมากน้อยเพียงใด

วิธีการสร้าง Facebook Pixel

ขั้นตอนแรกในการสร้าง Facebook Pixel ให้เข้าไปยังตัวจัดการโฆษณา โดยกดตรงเครื่องแฮมหรือเครื่องหมายเมนูแล้วเลือกเมนู Pixels จากนั้นให้เราเลือก Set Up Pixel ตามด้วย Manually Install the Code Yourself ได้เลย เว็บ HTML ทั่วไปก็สามารถนำโค้ดไปไว้ในส่วน Header ได้เลย

 

Facebook Pixel นำมาปรับใช้สำหรับโฆษณาของเราได้อย่างไร

อย่างที่เราทราบกันดีว่าเจ้า Facebook Pixel นำมาใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ซึ่งการที่เราได้รับทั้งรายละเอียดและพฤติกรรมของผู้ใช้งานมา เราสามารถมาใช้ในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเพื่อใช้ยิงโฆษณา Facebook ไปยังกลุ่มคนที่มีแนวโน้มสนใจสินค้าของเราได้จริงๆ ดังนั้นโอกาสที่เราจะได้เปรียบจากการทำโฆษณามีมากกว่าคนที่ไม่ได้ใช้ Facebook Pixel ให้เป็นประโยชน์อย่างแน่นอน โดยวิธีการที่นิยมมากในการใช้ Facebook Pixel เข้ามาช่วยนั่นก็คือการทำ Remarketing โดยทั่วไปเราจะเก็บข้อมูลได้ว่าผู้ใช้ที่เข้ามาเว็บไซต์ของเรามีพฤติกรรมอย่างไร มีแนวโน้มที่จะสนใจสินค้าบริการของเรามากน้อยเพียงใด Facebook Pixel จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวให้เราเอง เมื่อเราเก็บรวบรวมไว้ได้แล้วว่าผู้ใช้คนดังกล่าวมีโอกาสมากที่จะสนใจสินค้าบริการของเรา แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อทันที เราก็สามารถทำ Remarketing ไปยังผู้ใช้งานคนดังกล่าว ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่คนที่มีแนวโน้มสนใจสินค้าอยู่แล้วจะมีโอกาสที่จะซื้อสินค้า ซึ่งย่อมได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าหลายเท่าตัว ลองเปรียบเทียบดูว่าการที่คุณยิงโฆษณาของคุณไปยังใครก็ไม่รู้ อาจเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้มีความสนใจสิ่งหนึ่งสิ่งใดชัดเจน กับการยิงโฆษณาในรูปแบบ Remarketing เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้คนเดิมๆที่มีแนวโน้มสนใจกับสินค้าของเราอยู่แล้ว แบบไหนล่ะที่จะให้ผลได้ดีกว่ากัน แน่นอนว่าแบบที่ได้ผลดีที่สุดก็คือการเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มสนใจสินค้าเราอยู่แล้ว ที่สำคัญคือการที่คนเราได้เห็นโฆษณาแบบเดิมมากกว่า 1 ครั้ง หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์เดิมๆในครั้งต่อไป มีโอกาสสูงมากที่จะมีการซื้อสินค้า เพราะเขานำสิ่งที่เห็นจากครั้งแรกไปตัดสินใจและคิดเอาไว้ในใจแล้วว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าดังกล่าว การที่เราตัดสินใจกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์อีกครั้งหรือตัดสินใจคลิกโฆษณาเข้ามาในครั้งถัดไป นั่นหมายความว่าการกลับมาคราวนี้เขาพร้อมที่จะซื้อสินค้าบริการของเราแล้ว ดังนั้นการโฆษณาแบบ Remarketing จึงมีความสำคัญมาก ไม่มีเครื่องมือใดที่จะช่วยให้เราหาผู้ใช้ที่สนใจสินค้าของเราได้ดีเท่า Facebook Pixel อีกแล้ว ดังนั้นเราในฐานะนักการตลาดหรือเจ้าของร้านค้าออนไลน์ เราต้องไม่ละเลยที่จะใช้เครื่องมือดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจของเรา

Share this post with your friends

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *