วิธีปรับตัวเมื่อหมดยุคของแฟนเพจ Facebook แล้ว

วิธีปรับตัวเมื่อหมดยุคของแฟนเพจ Facebook แล้ว
Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

ในอดีตเราทราบดีว่าการทำตลาดบน Facebook นั้นได้ผลลัพธ์คุ้มค่ามากเพียงใด ไม่ว่าสินค้าใดที่สามารถตีตลาดได้บนแฟนเพจ Facebook มีคนเข้ามากดถูกใจและสั่งซื้อย่อมสามารถอยู่ได้และขายดิบขายดีมากๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป การแข่งขันเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ผู้ใช้งานที่ปักรากปักฐานอยู่บน Facebook ย่อมไม่อยากออกไปใช้งานเว็บอื่นๆ ไม่อยากทำขั้นตอนอะไรให้มันยุ่งยาก ดังนั้นหากแฟนเพจ Facebook ของใครที่ขอให้ผู้ซื้อออกไปซื้อสินค้าผ่านหน้าเว็บเหมือนในอดีตก็คงใช้ไม่ค่อยได้ผลอีกต่อไป ในเมื่อมีคู่แข่งอีกหลายเจ้าที่พร้อมขายสินค้าให้กับผู้ใช้โดยที่ไม่ต้องไปสั่งผ่านหน้าเว็บภายนอก ก็ทำให้ผู้ซื้อมาสั่งสินค้ากับแฟนเพจเหล่านี้กันมากกว่า หลายๆแฟนเพจก็พยายามหาช่องทางให้ผู้ใช้งานเข้ามาเป็นลูกค้าและสั่งซื้อสินค้าได้ง่ายที่สุด โดยทั่วไปผู้ใช้มักสั่งซื้อผ่านหน้าแฟนเพจหรือสั่งซื้อผ่านข้อความได้เลย สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น

Facebook ไม่อยากให้คนเห็นโพสเยอะๆ

การโพส Facebook ไม่ว่าจะเป็นการโพสโดยผู้ใช้หรือการโพสผ่านแฟนเพจนั้น ปัจจุบันต้องยอมรับว่ามีอัตราการมองเห็นจากเพื่อนๆและกลุ่มแฟนเพจน้อยลงทุกวัน เนื่องจาก Facebook พยายามที่จะปรับลดอัตราการมองเห็นโพสทั่วไปมากขึ้นเรื่อยๆโดยไม่ให้เรารู้ตัว ซึ่งหากใครไม่ได้ทำสถิติหรือบันทึกข้อมูลไว้จะไม่ทราบเลยว่า Facebook ได้ลดการมองเห็นโพสไปมากมายเพียงใด นั่นเป็นเพราะว่า Facebook ตั้งใจที่จะเน้นให้ผู้ใช้งานมองเห็นโฆษณามากขึ้น และทำรายได้จากการโฆษณามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการที่ผู้ใช้มองเห็นโพสทั่วไป ไม่ได้ทำให้ Facebook มีรายได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ทำให้การเห็นโพสจึงไม่ใช่สิ่งที่ Facebook ต้องการโดยแท้จริง แต่ที่เรายังเห็นโพสเพื่อนๆและแฟนเพจที่เราชอบอยู่ในทุกวันนี้ นั่นเป็นเพราะว่า Facebook ยังต้องการรักษากลุ่มผู้ใช้ให้สามารถได้รับประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานโซเชียวมีเดีย ไม่ให้เบื่อหน่ายกับโฆษณาที่มากเกินไป เพราะหากผู้ใช้งานเข้ามาแล้วมองเห็นแต่โฆษณา ไม่ได้สร้างปฏิสัมพันธ์ใดๆกับกลุ่มเพื่อน ไม่เกิดการตอบสนองต่อโพส ก็จะทำให้เบื่อหน่ายกับการใช้งานมากขึ้น จึงต้องมีกระบวนการรักษาผู้ใช้งานไว้ด้วยวิธีการให้เห็นโพสของเพื่อนๆและแฟนเพจที่ถูกใจอยู่ แต่อย่างไรก็ตามเรามักจะเห็นโพสของแฟนเพจที่เราถูกใจน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก ถ้าเราไปส่องแฟนเพจบางเพจ อาจเห็นแฟนเพจนั้นก็ยังมีการโพสรูปและข้อความตามปกติ แต่เรากลับเห็นรูปและข้อความเหล่านั้นน้อยลงเรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะว่า Facebook ได้ปรับกลไกตรงนี้เพื่อกระตุ้นให้แฟนเพจต่างๆหันมาสนใจลงโฆษณาทดแทนการโพสเพื่อกระตุ้นให้เกิดความสนใจในแบบเดิมๆ

ทำแฟนเพจ Facebook ให้เป็นหน้าเว็บของคุณ

เมื่อความต้องการของ Facebook คือการทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นอยู่บน Facebook มากที่สุด ซึ่งสิ่งที่ Facebook ต้องการให้เจ้าของแฟนเพจทำในตอนนี้นั่นก็คือการทำให้แฟนเพจเป็นลักษณะเดียวกับเว็บไซต์ ซึ่งกรณีนี้จะไม่ทำให้ Facebook สูญเสียผู้ใช้งานที่ต้องการเปิดออกไปดูเว็บไซต์อื่นๆ มีผลทำให้ผู้ใช้ยังคงวนเวียนอยู่ใน Facebook ไม่สิ้นสุด หากเราสามารถทำให้แฟนเพจของเราทำหน้าที่เดียวกับเว็บไซต์ของเรา ก็ยิ่งทำให้ Facebook ชอบมากยิ่งขึ้นและทำให้อันดับการค้นหาของแฟนเพจของเราสูงขึ้นมาเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าเราอยากสร้างร้านขายของแบบ E-commerce ก็สามารถให้ผู้ใช้สามารถสั่งผ่าน Facebook ไปเลยจะดีที่สุดจะทำให้ Facebook จัดอันดับการค้นหาและโอกาสที่จะมองเห็นเพจของเราได้มากขึ้น ส่งผลดีต่อการมองเห็นโพสของเราอย่างยิ่ง ดังนั้นยุคนี้ถ้าเราอยากให้ธุรกิจของเราผูกติดกับ Facebook นั้น เราไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์อีกแล้ว และการไม่มีเว็บไซต์จะทำให้ Facebook มองแฟนเพจของเราเป็นบวกมากขึ้น โดยให้ใช้แฟนเพจมาทดแทนเว็บไซต์ให้ได้มากที่สุด พยายามอย่าส่งผู้ใช้งานแฟนเพจของเราไปยังเว็บไซต์อื่นๆ อาจใช้วิธีการให้มีการสั่งซื้อผ่านหน้าเพจหรือสั่งซื้อสินค้าทางข้อความก็ได้

การใช้ Story เพื่อกระตุ้นให้มีการเข้าถึงมากขึ้น

หากเราต้องการให้คนเห็นแฟนเพจหรือโปรไฟล์ของเราบน Facebook มากขึ้นเราสามารถใช้วิธีการลง Story ประจำวันเพื่อช่วยให้ Facebook นำเสนอแฟนเพจและโปรไฟล์ของเรามากที่สุด เนื่องจากคนส่วนใหญ่ชอบเนื้อหาและโพสที่มีการอัพเดตใหม่ในแต่ละวันอยู่เสมอ Facebook ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงกำหนดให้มีการแสดง Story ใหม่ๆที่ยังไม่เกิน 24 ชั่วโมงไปยังผู้ใช้งาน Facebook เพื่อสร้างการเข้าถึงให้เห็นการอัพเดตเรื่องราวใหม่ๆมากขึ้น แม้การลง Story นั้นจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเข้าถึงแฟนเพจของเราในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น แต่เราจะต้องทำเพื่อสร้างโอกาสในการทำยอดขายหรือทำให้เกิดการรับรู้ในแฟนเพจและสินค้าของเราให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากเรามองว่า Story นั้นมีเวลาแค่ 24 ชั่วโมงหรือมาอายุแค่วันเดียวเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ นั่นจะเป็นการที่ทำให้เราต้องเสียผู้เข้าชมและลูกค้าไปอย่างมหาศาลเลย เพราะกลไกนี้ Facebook ได้เล็งเห็นแล้วว่าเป็นวิธีที่จะทำให้ผู้ใช้งาน Facebook ได้โอกาสที่จะเข้าถึงข้อมูลสดใหม่มากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องรอคอย และเป็นข้อมูลสดใหม่ที่มีอายุเพียง 1 วัน เป็นการกรองข้อมูลให้กับผู้ใช้ Facebook ให้ได้รับแต่สิ่งใหม่ๆไปในตัว คนที่มองเห็นโอกาสนี้จะได้เปรียบในการสร้างการเข้าถึงจากลูกค้าจำนวนมาก หากเราสามารถทำเรื่องราวใหม่ๆที่น่าสนใจประจำวันและอัพเดต Story ได้ทุกวัน เท่ากับว่าเรามีโอกาสมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวที่จะสร้างการเข้าถึงและการรับรู้ถึงตัวสินค้า เนื่องจากพวกเราก็ทราบกันดีว่า Facebook จำกัดการเข้าถึงโพสและรูปภาพจากแฟนเพจมาสักพักแล้ว ทำให้โอกาสที่เราโพสข้อมูลต่างๆเพื่อนำเสนอสินค้าก็ไม่สามารถทำให้ลูกค้าเข้าถึงเราได้ดีเสมอไปเหมือนก่อนหน้านี้ หลายๆเพจจึงแก้ปัญหาด้วยวิธีการโพสเรื่องราวใน Story ร่วมด้วยเพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้จะมีอายุแค่ 24 ชั่วโมง แต่หากเราขยันหมั่นเพียรที่จะโพสเรื่องราวใหม่ๆทุกวัน เราก็จะได้ลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมแฟนเพจและซื้อสินค้าของเราได้ทุกวันเช่นกัน

ลองใช้ Event ช่วยชีวิต

สิ่งที่ Facebook คาดหวังอย่างมากในการก้าวไปข้างหน้านั้นก็คือต้องการให้มีกิจกรรมทุกอย่างอยู่บน Facebookให้ได้มากที่สุด พยายามย้ายกิจกรรมที่อาจมีอยู่ในระบบอื่นๆ มาปรากฏบน Facebook แทนเพื่อให้ผู้ใช้มองว่า Facebook คือทุกสิ่งทุกอย่าง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เรามักได้เห็นแฟนเพจจำนวนมากพยายามที่จะจัด Event ให้ได้มากที่สุด เพราะ Facebook จะมีการกระตุ้นให้คนมองเห็น Event ใหม่ๆที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งยิ่งเกิด Event หรือกิจกรรมเข้ามาเยอะมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ Facebook เริ่มกลายเป็นสังคมที่สมบูรณ์แบบมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเราในฐานะคนทำธุรกิจที่ต้องศึกษาเรื่องนี้ เราจะต้องมีการจัด Event ที่สำคัญให้กับแฟนเพจของเราอย่างสม่ำเสมอ เป็นกลยุทธ์ที่ใช้กระตุ้นให้เกิดการเข้าถึงจากกลุ่มผู้ใช้ เพราะ Facebook จะสนับสนุนทุก Event ที่เกิดขึ้นมาใหม่ เพื่อให้กลายเป็นสังคมที่เสมือนจริง สำหรับเทคนิคง่ายๆในการจัด Event นั่นก็คือการ Live สดนั่นเอง ซึ่งแม้ว่าเราจะไม่สามารถจัด Event เพื่อพบปะสังสรรค์กับแฟนเพจของเราได้จริงๆ เนื่องจากมีเรื่องเวลาและสถานที่มาเกี่ยวเนื่อง แต่เราก็สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ด้วยการจัด Event ออนไลน์ทดแทนด้วยการเปิด Live สดเมื่อถึงเวลา Event ไปเลย นับว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ง่ายมากๆ และการ Live สดหากเราทำได้น่าสนใจจะเป็นที่ชื่นชอบของคนส่วนมาก เพราะทุกคนต่างก็ชอบข้อมูลสดใหม่แบบทันทีทันใด ยิ่งข้อมูลข่าวสารใดที่สดใหม่มากๆ ก็ยิ่งทำให้คนสนใจมากๆ ดังนั้นการ Live สดบน Facebook รับรองว่ามีแต่ได้กับได้ แฟนเพจของเราจะเติบโตรวดเร็วราวกับติดจรวดเลยทีเดียว

Facebook ชอบการ Live สด

อย่างที่ทราบกันดีในหัวข้อที่ผ่านมาว่า Facebook ชอบให้เราเปิด Live สดมากๆ เพราะยิ่งข้อมูลสดใหม่มากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คนชอบมากเท่านั้น ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Facebook มักกระตุ้นให้การ Live สดใหม่ๆมีผู้เข้าชมจำนวนมาก มักถึงขั้นแจ้งเตือนให้ผู้ใช้มาดู Live สดกันเลย เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆที่เราสามารถนำไปใช้ได้ดีโดยไม่จำเป็นที่เราจะต้องจ่ายเงินลงโฆษณาแพงๆให้คนเข้าถึงโฆษณาของเราเสมอไป ซึ่งแท้จริงแล้ว Facebook นั้นต้องการให้คุณทำตัวเหมือนซุปตาร์หรือดาราคนดัง หรือทำตัวเป็นเน็ตไอดอล ที่ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม จะต้องมีคนติดตามและให้ความสนใจกับคุณมากๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เน็ตไอดอลที่ถ่ายรูปไร้สาระ ทำหน้าแบ๊วๆถึงมีคนติดตามและเข้าถึงมากมายขนาดนั้น คุณเองก็สามารถทำได้ ในชีวิตประจำวันการแพ็คของเพื่อนำไปส่งให้ลูกค้า รวมไปถึงการจัดของเข้าสต็อกหลังจากสั่งซื้อมาใหม่ๆ คุณก็สามารถ Live สดเพื่อถ่ายบ้านหรือห้องของคุณที่กำลังจัดของเข้าสต็อก บางครั้งคุณอาจคิดว่าการกระทำแค่นี้ไม่ได้น่าสนใจเท่าไหร่นัก แต่แท้จริงคนชอบดูข้อมูลสดใหม่เหล่านี้มากๆ Facebook ก็จะช่วยกระตุ้นให้ Live ของคุณเกิดการเข้าถึงมากขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะ Live เรื่องอะไรคนชอบหมด ขอให้เราทำตัวเป็นดาราหรือคนที่ได้รับความสนใจจากสังคมไว้ก่อน อารมณ์ประมาณว่ามั่นใจไปก่อนเลย

ลงโพสที่เน้นให้เกิดการถูกใจ

ในการโพสข้อมูลลง Facebook เพื่อให้โพสของเราได้รับความสนใจจากผู้ใช้จริงๆและให้ Facebook นำโพสของเราไปแสดงให้กับผู้ใช้ให้มากที่สุด ให้เราเลือกโพสที่เกี่ยวข้องกับแฟนเพจของเรา โดยจะต้องเน้นโพสที่มีความชัดเจน เกิดการรับรู้ได้เร็ว เช่นรูปภาพหรือวิดีโอที่คาดว่าคนถูกใจแฟนเพจของเราอยู่แล้วจะสนใจอย่างแน่นอน อย่าลงโพสที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแฟนเพจ เพราะ Facebook ทราบทันทีว่าผู้ใช้ไม่อาจสนใจโพสเหล่านั้นได้จริงๆ จึงพยายามที่จะจำกัดการเข้าถึงโพสที่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานจริงๆ เราสามารถสังเกตุได้ว่าแฟนเพจของเราชอบโพสประมาณไหน และเราก็สามารถประยุกต์ที่จะลงโพสแบบเดิมๆได้ ไม่ต้องกลัวว่าผู้ใช้งานจะเบื่อ เพียงแต่โพสใหม่ๆไปเรื่อยๆ โดยใช้คอนเซ็ปท์หรือลักษณะของโพสเหมือนๆเดิม อย่าพยายามเปลี่ยนแนวให้เพจของคุณ เพราะกลุ่มเป้าหมายของคุณไม่อาจเปลี่ยนตามคุณได้ เมื่อไหร่ที่คุณเปลี่ยนแนวแฟนเพจของของคุณ หรือโพสแปลกไปจากแบบเดิม อาจทำให้การเข้าถึงโพสค่อยๆลดลงเรื่อยๆและหมดไปในที่สุด

Share this post with your friends

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *