รวมวิธีปรับโฆษณาขายของ Facebook เพื่อเร่งยอดขาย

รวมวิธีปรับโฆษณาขายของ Facebook เพื่อเร่งยอดขาย
Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

นักการตลาดหรือคนที่ลงโฆษณา Facebook มานานนับปีคงทราบดีว่าหากเราได้เทคนิคหรือวิธีการในการได้เปรียบกว่าคนอื่น เราก็ไม่สามารถใช้วิธีนั้นได้นาน เพราะ Facebook ปรับเปลี่ยนระบบโฆษณาอยู่ตลอดเวลา หากเรารู้ว่าทำแบบไหนได้เปรียบ แน่นอนว่าในไม่ช้าการทำแบบนั้นในเวลาไม่ช้าราคาโฆษณาจะสูงขึ้น เพราะระบบของ Facebook มีการเรียนรู้ Demand & Supply อย่างดี ไม่มีทางยอมเสียเปรียบเราเด็ดขาด เราทำวิธีไหนได้ผลดีแล้วใช้ไปสักพักหรือมีคนใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่า Facebook มองเห็น Demand ตรงนั้นแน่นอน ราคาโฆษณาก็จะค่อยๆสูงขึ้น หรือมีการปรับ Algorithm ทุกรูปแบบไม่ยอมเสียเปรียบผู้ลงโฆษณาเด็ดขาด สิ่งที่นักการตลาดต้องทำเมื่ออยากลงทุนโฆษณากับ Facebook คือจะต้องปรับตัวอยู่เสมอ ต้องเก็บข้อมูลสถิติ ข้อมูลลูกค้า เพื่อวางแผนลงโฆษณาให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างได้เปรียบมากที่สุด สำหรับบทความนี้เราขอแชร์วิธีที่เป็นสูตรเด็ด เหมาะสำหรับคนที่อยากลงโฆษณาเพิ่มยอดขายแบบให้ลูกค้ามาถล่มกันไปเลย

วิธีใช้รูปคนจริงแทนการใช้รูป Stock

จากผลสำรวจอัตราการตอบกลับโฆษณาระหว่างแบรนด์ที่ใช้รูปคนขององค์กรจริงๆมาทำโฆษณากับโฆษณาที่ใช้รูป Stock พบว่าโอกาสที่รูปคนจริงได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย มีมากถึงร้อยละ 35 เลยทีเดียว นั่นหมายความว่าเราจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือสามารถทำกำไรได้มากขึ้นถึง 35 เปอร์เซ็นต์โดยใช้งบโฆษณาเท่าเดิม ซึ่งการใช้รูป Stock ยังคงแพร่หลายมาก แม้จะเอารูปคนจริงมาใช้ได้ไม่ยาก แต่บริษัทหรือองค์กรต่างๆที่อยากลงโฆษณายังคงขาดความมั่นใจในการนำรูปคนขององค์กรมาใช้ เนื่องด้วยการไม่มั่นใจในสินค้าหรือบริการของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ก็ยังเลือกที่จะใช้รูป Stock แทนรูปคนของบริษัทจริง ทำให้ผลตอบกลับมาไม่ดีเท่าที่ควร ท่านทราบไหมว่าการใช้รูป Stock นั้นมีผลไปถึงความรู้สึกของผู้ใช้งานเมื่อเห็นโฆษณา ทำให้ผู้ใช้งานที่เห็นโฆษณาจากรูป Stock นั้นรู้ได้เลยว่าแบรนด์ดังกล่าวไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีคุณภาพ เพราะเจ้าของแบรนด์สินค้ายังไม่มั่นใจในแบรนด์ตัวเองเลย มีโอกาสที่ผู้ใช้งานจะข้ามผ่านโฆษณาดังกล่าวไปโดยไม่ให้ความสนใจใดๆ ทำให้ Conversion ตกลงและเราก็ต้องจ่ายค่าโฆษณาสูงขึ้น เพราะคนเข้าถึงโฆษณาเรามาก แต่มีจำนวนคลิกน้อยลง

 

วิธีการใช้เทคนิคใช้รูปโฆษณาที่ผู้ใช้คาดไม่ถึงจะว่าจะเห็น

อย่างที่ทราบว่าเราเมื่อเจอโฆษณาในสื่อออนไลน์ ไม่ว่าโฆษณาจะออกมาอย่างไร สิ่งแรกที่เราอยากทำคือพยายามเลื่อนหนีให้เร็วที่สุด แต่มีวิธีที่จะดึงคนเข้ามาดูโฆษณาของเราได้คือการใช้รูปภาพหรือวิดีโอโฆษณาที่ไม่มีผู้ใช้งานคนใดคาดได้ว่าเราจะใช้รูปนั้นสำหรับสินค้าของเรา อาทิเช่น ขายอุปกรณ์กีฬา แขนข้างที่เราออกกำลังกาย ยกน้ำหนักปุ๊บกล้ามงอกออกมาเทียบกับอีกข้างชัดเจน คุณคิดว่าผู้ใช้งานยังจะเลื่อนผ่านโฆษณาของคุณอีกไหม ยิ่งคนที่สนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว คุณยิ่งได้พวกเขามาถูกใจเพจของคุณแบบชัวๆเลย ยิ่งคุณสามารถดึงดูดให้คนสนใจโฆษณาของคุณและมีอัตราการตอบสนองมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งจ่ายค่าโฆษณาถูกลงไปเรื่อยๆ ซึ่งกลยุทธ์การใช้รูปภาพที่ผู้ใช้คาดไม่ถึงนั้นได้ผลดี เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่เห็นโฆษณารูปแบบเดิมๆกันทั้งวัน หลายคนอาจเจอโฆษณาสองตัวจากคนละแบรนด์แต่ใช้รูป Stock แบบเดียวกันด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้โฆษณาแบบซ้ำๆเดิมๆจึงน่าเบื่อมากๆ ไม่มีใครอยากกดเข้าไปแน่นอนเพราะไม่อยากเข้าไปเจออะไรเดิมๆ มีแต่คนที่อยากเจออะไรใหม่ๆ ดังนั้นอย่าลืมทำรูปที่ไม่มีใครคาดถึงว่าเราจะเอามาใช้กับโฆษณาของเรา

 

วิธีใช้เทคนิคเพิ่มตัวเลขให้กับโฆษณา

แน่นอนว่าคนยุคนี้เบื่อโฆษณาแบบตัวอักษรกันเต็มทนแล้ว แทบไม่มีใครอยากอ่านโฆษณาที่เขียนมาเป็นข้อความยาวๆ เพราะมีทางเลือกในการอ่านโฆษณาแบบอื่นๆที่ดูง่าย ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาแบบรูปภาพ วิดีโอ ก็ดูได้ง่ายกว่าทั้งหมด ใครจะมาเสียเวลากับการอ่านรายละเอียดยาวๆ แต่หากเรายังอยากใช้ตัวอักษรในการโฆษณาอยู่ เราสามารถหาวิธีที่ได้เปรียบได้ไม่ยาก เพียงลองหาตัวเลขมาใช้ในโฆษณาของเรามากขึ้น ไม่เพียงแต่โฆษณาแบบข้อความเท่านั้น แต่เรายังสามารถใส่ตัวเลขลงไปในโฆษณาแบบรูปภาพเพื่อสร้างความสนใจให้คนสนใจโฆษณาของเรามากขึ้น ตัวเลขที่ได้ผลอย่างมากนั่นก็คือตัวเลขการกดไลค์ กดแชร์ การแสดงความคิดเห็น ตัวเลขเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็น Social Proof ซึ่งหากโฆษณาตัวใดที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้ ก็จะมีผู้ใช้รายอื่นๆเข้ามาตอบสนองกับโฆษณาของเรามากขึ้น เพราะ Facebook ถือว่าเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่ผู้เล่นต้องการหาสังคม การลงโฆษณาก็เช่นกัน ถ้าโฆษณาของเรามีคนมาตอบสนองเยอะๆ มีการแสดงความคิดเห็น เกิดเป็นสังคมขึ้นมาก็ทำให้ได้กลุ่มเป้าหมายของ Facebook ไป ดังนั้นในการออกแบบโฆษณาพยายามโชว์ตัวเลขต่างๆที่เกิดจากกลุ่มผู้ใช้ให้มากที่สุด อาทิเช่น ยอดกดไลค์แฟนเพจ รายการคนแสดงความคิดเห็นต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทำตามและได้รับการวางใจจากผู้ใช้ว่าเพจดังกล่าวมีคนใช้อยู่จริง

 

วิธีการใช้เทคนิคเพิ่ม Emoji ลงในโฆษณา

โดยเราสามารถเพิ่มได้ทั้งข้อความและรูปภาพ การใช้วิธีนี้ได้รับการทดสอบแล้วว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีจริงๆ โดยเทียบโฆษณาประเภทเดียวกันที่ใส่ Emoji และไม่ใส่ Emoji พบว่าตัวโฆษณาที่ใส่ Emoji ได้ผลลัพธ์อัตราตอบสนองมากกว่าถึง 2.5 เท่า เนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ชอบอ่านข้อความในการแสดงความรู้สึก จึงพยายามหา Emoji ที่สามารถสื่ออารมณ์ซึ่งกันและกันได้ ทำให้สามารถสื่อสารกันได้ดีกว่าทั้งผู้ส่งและผู้รับข้อความ เราจึงอย่าพลาดที่จะเอาไอเดียนี้มาใช้กับโฆษณาของเราเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองสูงสุด พร้อมช่วยอธิบายอารมณ์ของโฆษณาของเราไปอีกด้วย

 

วิธีการใช้เทคนิคใส่รีวิวลูกค้าลงไปในโฆษณา

เราทราบกันดียิ่งโฆษณาของเราได้รับการตอบสนองจากผู้ใช้มากเท่าไหร่ยิ่งดี ยิ่งมียอดกดไลค์กดแชร์หรือแสดงความคิดเห็นก็ทำให้ผู้ใช้หลั่งไหลเข้ามาตอบสนองกับโฆษณาของเรามากขึ้นไปอีก ดังนั้นอีกเทคนิคที่หลายคนมองข้ามคือการใส่รีวิวลูกค้าลงไปในโฆษณาเพื่อแสดงให้ผู้ใช้งานทราบว่าโฆษณาของเรามี Social Proof จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองมากกว่าเดิม เพราะผู้ใช้รายอื่นๆเห็นชัดเจนว่าสินค้าบริการของเรามีการใช้จริงและมีการตอบสนองจากผู้ใช้งาน ทำให้มีโอกาสที่ผู้ใช้รายอื่นๆจะเข้ามาอ่านและตอบสนองต่อโฆษณาของเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังกล้าสั่งซื้อสินค้าหรือบริการของเราอีกด้วย ถือว่าใส่รีวิวลงไปในโฆษณาจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับเราแบบทวีคูณเลย แต่อย่างไรก็ตามการลงโฆษณากับ Facebook  ผู้ลงโฆษณาจะต้องเรียนรู้กฎการใช้ตัวอักษรในโฆษณาเสียก่อน ซึ่ง Facebook อนุญาตให้ผู้ลงโฆษณาสามารถใช้ตัวอักษรในรูปภาพได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นที่รูปภาพทั้งหมด ซึ่งกฎของ Facebook ค่อนข้างเคร่งครัด พยายามอย่าฝืนกันเด็ดขาด

 

วิธีการทำให้ลูกค้าวางใจหรือไม่กลัวที่จะซื้อสินค้าของเรา

การลงโฆษณาบน Facebook ยังมีอีกวิธีที่จะทำให้แฟนเพจของเราได้รับการตอบสนองมากขึ้นและเพิ่มยอดขายเข้ามาในตัว นั่นก็คือการหาวิธีที่จะทำให้ลูกค้าวางใจในการสั่งสินค้าของเราและไม่กลัวว่าที่จะสั่งซื้อสินค้าของเราไปไว้ ดังนั้นพยายามสร้างความไว้ใจบางอย่าง อาทิเช่น ติดป้ายบอกรับประกันคืนเงินใน 7 วัน ซึ่งยุคนี้เงินหายากมาก ดังนั้นการสร้างข้อเสนอคืนเงินให้กับลูกค้าที่ไม่พอใจในสินค้าของเราเป็นวิธีที่ได้ผลอย่างมาก ทำให้ลูกค้าเชื่อใจว่าเราจะขายสินค้าที่ดีมีคุณภาพจริงๆ เพราะในสายตาของผู้ซื้อหลายคนที่ตัดสินใจซื้อสินค้านั้น เรื่องเงินถือเป็นเรื่องใหญ่ หากจ่ายเงินไปแล้วก็อยากได้แต่ของที่ใช้ได้จริง หากเราเสนอไปแบบนี้จะทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าถ้าไม่ได้ของที่ต้องการก็ไม่ได้เสียเงิน สามารถขอคืนสินค้าและรับเงินคืนได้

 

วิธีการใช้เทคนิคเขียนข้อความสั้นและข้อความยาว

การเลือกเขียนข้อความสั้นๆหรือข้อความยาวๆ แม้จะมีจำนวนคำไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่กลับมาผลต่อผู้ใช้ในการให้ความสนใจโฆษณาของเราเช่นกัน โดยโฆษณาที่ใช้คำประมาณ 20 คำ พบว่าได้รับการตอบสนองจากผู้ใช้งานน้อยกว่า โฆษณาที่ใช้คำในข้อความไม่ถึง 10 คำ โดยความแตกต่างในการตอบสนองอยู่ที่ร้อยละ 10 ดังนั้นเราจะสามารถเพิ่มคนที่สนใจในโฆษณาของเราได้อีก 10 เปอร์เซ็นต์และประหยัดค่าโฆษณาได้มากขึ้นถ้าใช้ตัวอักษรในโพสน้อยลง ซึ่งถ้าให้แน่ใจว่าโฆษณาของเรานั้นแบบไหนกันแน่ที่ได้ผลดีกว่ากัน ขอแนะนำให้ทำโฆษณาเหมือนกัน 2 ตัว แล้วสร้างความแตกต่างในจุดที่เราต้องการทดสอบเพียงจุดเดียว เราก็จะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนแล้วว่าควรออกแบบโฆษณาแบบไหนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

 

วิธีการใช้เทคนิคสร้างคำถามชวนสงสัย

อีกเทคนิคที่สามารถนำมาใช้ดึงผู้กลุ่มผู้ใช้ให้สนใจโฆษณาของเราได้มากขึ้นนั่นก็คือการเขียนโฆษณาให้เป็นคำถาม เพื่อที่จะทำให้ผู้ใช้ที่เห็นโฆษณาของเราเกิดการตั้งคำถามขึ้นมาจึงคลิกโฆษณาของเราได้ง่ายขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น โฆษณาที่เป็นลักษณะของคำถามชวนให้สงสัยยังเป็นโฆษณาที่สร้างการตอบกลับจากผู้ใช้ได้สูงอีกด้วย เป็นการกระตุ้นให้เกิดการกดถูกใจ มีการแสดงความคิดเห็นจากผู้ใช้ซึ่งกันและกัน มีการเข้ามาตอบคำถาม และกดแชร์ ทำให้โฆษณาลักษณะนี้จึงได้ผลลัพธ์ที่ดี ถ้าเราอยากให้โฆษณาของเราได้รับการตอบสนองสูงสุด ลองออกแบบโฆษณาที่เป็นการถามคำถามเพื่อชวนให้ผู้ใช้สงสัยก็สามารถทำให้เกิดการตอบสนองในรูปแบบต่างๆได้ไม่ยากเลย นอกจากนี้โฆษณาในลักษณะคำถามจะเป็นการบอกให้ผู้ใช้ทราบว่ามีคำตอบบางอย่างอยู่ข้างใน ทำให้ผู้ใช้อยากเข้ามาหาคำตอบอีกด้วย

 

วิธีสร้างความอยากรู้อยากเห็น

นอกจากเราจะเล่นโฆษณาให้เป็นในเชิงคำถามได้แล้ว การโฆษณาอีกรูปแบบที่มีลักษณะเดียวกับโฆษณาเชิงคำถามนั่นก็คือการเรียกร้องความสนใจโดยทำให้คนอยากรู้อยากเห็น ทำให้ผู้ใช้อยากรู้อะไรบางอย่าง หรือหาคำตอบจากสิ่งที่เราสามารถให้ได้ อย่างโฆษณาของ Uber ที่ได้ผลมากจะทำการตั้งคำถามในภาพว่า Does your car quality? หรือแปลเป็นภาษาไทนว่ารถยนต์ของคุณมีคุณภาพจริงหรือไม่ ทำให้เจ้าของรถยนต์ทั้งหลายต่างก็อยากรู้กันว่ารถของตัวเองนั้นมีคุณภาพมากน้อยเพียงใด จึงกดเข้าไปยังโฆษณาเพื่อหาคำตอบที่ต้องการ ซึ่งทำให้โฆษณาดังกล่าวของ Uber ได้รับการตอบสนองสูงมาก และได้กลุ่มเป้าตรงกลุ่มด้วย ซึ่งจุดประสงค์ของโฆษณาคือต้องการเชิญชวนเจ้าของรถยนต์มาหารายได้ จึงโฆษณาเพื่อหาเจ้าของรถยนต์มาลองเช็คประเมินคุณภาพของรถตนเอง พร้อมเชิญชวนให้เข้าร่วม Uber เพื่อหารายได้นอกเวลาจากการใช้รถยนต์ของตนเอง นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างบริษัทรับทำ SEO รายใหญ่ที่ได้ทำโฆษณาลักษณะนี้ได้ผลที่ดีนั่นก็คือบริษัท Ahref ที่ตั้งคำถามในรูปภาพโฆษณาว่า How long does it take to rank in Google? หรือแปลเป็นภาษาไทยว่าจะต้องใช้เวลายาวนานแค่ไหนที่จะติดอันดับบน Google ซึ่งเราทั้งหลายที่เป็นนักการตลาดออนไลน์ทราบดีว่าการทำ SEO สำคัญมาก หากเราของเราติดอันดับที่ดีใน Google ทำให้คนค้นเจอและเพิ่มโอกาสการคลิกเข้ามา ยิ่งทำให้เรามีโอกาสในการนำเสนอสินค้าบริการของเรามากขึ้น และยังถือว่าเป็นการเพิ่มผู้เข้าชมที่เห็นผลในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้นโฆษณาที่ชวนให้เราทราบว่าจะต้องใช้เวลานานสักแค่ไหนที่จะขึ้นอันดับ Google นักทำตลาดออนไลน์อย่างเราคงไม่รอช้า ต่างก็รีบเข้าไปหาคำตอบกันเลย

 

วิธีการใช้เวลาที่จำกัดในการกระตุ้นให้เกิดการซื้อ

เรารู้กันดีว่าลูกค้าหลายคนที่เข้ามายังร้านของเรานั้น มีทั้งคนที่ซื้อทันทีและคนที่รอไปก่อน ถึงเวลาที่พร้อมค่อยซื้อก็ได้ แต่เราก็สามารถกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าของเราทันทีได้ด้วยการตั้งเวลาจำกัดในการนำเสนอสินค้าของเรา อาทิเช่น ลดราคาเหลือ 3 วันสุดท้าย หรือจำกัดจำนวนสินค้าเช่น เหลือ 5 ชิ้นสุดท้ายแล้ว เพียงเท่านี้ลูกค้าก็จะไม่ลังเลที่จะซื้อของจากร้านของคุณ แม้เราจะมองว่าการทำตลาดแบบไม่น่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากนัก แต่ทราบหรือไม่ว่าลูกค้าของเราโดยส่วนใหญ่กำลังมองหาสินค้าชิ้นนั้นอยู่โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเว็บไซต์ของเราเพียงเว็บเดียว แต่อาจเปิดเว็บอื่นๆเปรียบเทียบราคาอยู่ด้วยก็เป็นได้ ถ้าเราใช้เทคนิคลดราคาและจำกัดระยะเวลาก็จะทำให้ลูกค้าเห็นว่าเว็บของเราถูกกว่าและตัดสินใจสั่งสินค้าจากเว็บเราเลย เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับอีกเว็บแล้ว ของในเว็บเราถูกกว่าและต้องรีบซื้อเพราะมีเวลาจำกัด เพียงเท่านี้เราก็ได้ลูกค้ามาเป็นของเราแล้ว เว็บอื่นๆที่ลูกค้ากำลังเทียบราคาอยู่ก็ไม่สามารถขายสินค้าชิ้นดังกล่าวได้ก็จะเสียลูกค้าให้กับเรา

วิธีการใช้แต่งพื้นหลังรูปให้มีสีฉูดฉาดดึงดูดความสนใจ

เราคงได้เห็นโฆษณาทั่วๆไปของร้านค้าออนไลน์ที่พยายามใช้รูปสินค้านำเสนอให้กับผู้ใช้งานมากเกินไปเพื่อสร้างยอดขาย แท้ที่จริงแล้ววิธีการดังกล่าวเป็นวิธีที่มีการใช้กันเยอะมากๆและอาจจะมากเกินไปจนผู้ใช้รู้สึกเบื่อ ทางที่ดีคือนำเสนอสินค้าให้น้อยลงและใช้สีสันพื้นหลังของรูปเพื่อกระตุ้นให้เกิดความสนใจจากผู้ใช้งานจริงๆจะได้ผลดีกว่ามาก อย่างตัวอย่างโฆษณาขายลิปสติกในรูปที่ไม่ได้เน้นพรีเซ้นต์ตัวสินค้าที่เราต้องการขายเพียงอย่างเดียว แต่การใช้สีพื้นหลังฉูดฉาด โดยไม่จำเป็นต้องใส่สินค้าให้ดูรกก็ไม่ได้ส่งผลให้สินค้าที่เราต้องการขายถูกลดความสนใจลงไปเลย แต่ยังทำให้สินค้าดูน่าสนใจ ดูมีราคามากขึ้นในสายตาผู้ใช้งานอีกด้วย

ซึ่งสีสันฉูดฉาดเหล่านี้ที่เรานำมาใช้ในการประกอบเป็นพื้นหลังของรูปภาพที่เราต้องการโฆษณานั้น แต่ละสีมีที่มาที่ไปและให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป สีเหลืองให้ความรู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกัน ให้พลังงานบวก สีส้มให้ความรู้สึกเป็นเพื่อน แสดงถึงสภาพอารมณ์ที่มีความสุข สีแดงให้ความรู้สึกมีพลัง ความโดดเด่น ซึ่งการเลือกสีพื้นหลังมาตกแต่งสินค้าแต่ละตัวก็ย่อมให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องพิจารณาด้วยว่าเราต้องการขายอะไร ควรใช้สีอะไรมาตกแต่งพื้นหลังโฆษณาของเราถึงจะสื่อสารด้านอารมณ์กับผู้ใช้ได้จริง

วิธีการใช้เทคนิคใส่ส่วนลดลงไปในโฆษณาสินค้าของเรา

อีกวิธีที่กระตุ้นให้โฆษณาของเราโดดเด่นและน่าสนใจไปกว่าโฆษณาของรายอื่น นั่นก็คือการใส่ส่วนลดลงไปในรูปภาพ หัวข้อโฆษณา และข้อความเสียเลย เป็นกลยุทธ์ที่เราสามารถทำได้ทุกยุคทุกสมัยไม่มีตกเทรนด์และยังได้ผลดีไม่ว่ายุคไหน ไม่ว่าจะขายอะไร เป็นไอเดียที่ไม่ต้องคิดหรือประชุมกันนาน เพราะได้ผลแน่นอน เพียงใส่ Discount หรือส่วนลดลงไปก็ทำให้โฆษณาของเราได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานได้แล้ว ซึ่งการที่ผู้ใช้งานเห็นโฆษณาหลายๆตัวพร้อมกันในแต่ละวัน โดยโฆษณาขายสินค้าทั่วไปมักไม่สามารถดึงดูดความสนใจได้มากนัก แต่การใช้ส่วนลดเป็นวิธีการที่ทำให้โฆษณาของเราเด่นกว่าเจ้าอื่น และได้รับการตอบรับที่ดี

วิธีการใช้เทคนิคเอารูปคนเข้ามาล่อเพื่อเรียกร้องความสนใจ

การโฆษณาที่ดี เราจะต้องเรียกร้องความสนใจจากผู้ใช้งานให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณาลงไปได้เยอะมาก ดังนั้นอีกวิธีที่เราสามารถใช้ได้นั่นก็คือการใช้รูปคนเข้ามาช่วย โดยเน้นให้ถ่ายตั้งแต่ใบหน้ายาวลงมาถึงไหล่ เพื่อเน้นให้เกิดความสงสัยหรืออยากรู้อยากเห็น เพราะไม่ว่าใครก็อยากรู้ทั้งนั้นว่าอยู่ๆรูปคนที่ขึ้นมาหน้าฟีดนั้นเป็นใคร ทำให้การโฆษณาโดยใช้รูปคนลักษณะนี้ได้รับการตอบรับที่ดีเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาเครื่องสำอาง อาหารเสริม หรือจะเป็นโฆษณาประเภทอสังหาริมทรัพย์ก็สามารถใช้วิธีเดียวกันก็ได้ผลดีไม่น้อยกว่ากันเลย

Share this post with your friends

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *